SiR_IbO's profilei b O ' s ~ S p @ C ePhotosBlogListsMore Tools Help

SiR_IbO Jujup

Occupation
Location
Photo 1 of 47

i b O ' s ~ S p @ C e

July 22

*0* - จ บ แ ล้ ว - *0*

       
         ผ่านไปแล้วกับวันซ้อมรับปริญญา เป็นวันที่เหนื่อยมาก ถึงมากที่สุด อีก 1 วัน
 
       ก็คงต้องขอบคุณคนในครอบครัว เพื่อน ๆ  พี่ ๆ น้อง ๆ และอีกหลาย ๆ คน ที่ได้มาแสดงความยินดี รวมทั้งถ่ายรูปด้วยกัน รูปเด๋วเอาขึ้นสเปซให้นะคับ
 
       และก็ต้องขอโทษเพื่อน ๆ บางคนที่ไม่ได้ชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน ไม่ได้ลืมน้า แต่ช่วงนี้งานยุ่งมากเรย ถ้าเป็นไปได้ วันจริงก็มาถ่ายรูปด้วยกันนะคับ
 
       อยากมีรูปตอนใส่ชุดครุยกับทุก ๆ คน
 
       สำหรับใครที่ชวนแล้ว แต่ว่ามาไม่ได้ หรือไม่อยากมา ก็ไม่เป็นไรนะคับ ไม่ได้โกรธหรือเคืองอะไร ไม่ต้องแก้ตัวหรืออธิบายอะไรยืดยาวก็ได้ เข้าใจทุกอย่าง
 
       ชอบคำพูดของแกรนด์ที่ว่า " วันรับปริญญานี่ตัดสินอะไรได้หลาย ๆ อย่าง " มันก็เป็นแบบนั้นหล่ะ
 
       บางคนที่คิดถึง และอยากให้มา ก็ไม่มีแม้แต่การแสดงความยินดี แต่บางคนที่ลืมชวนกลับมาพร้อมของขวํญ และคำพูดที่ฟังแล้วน้ำตาซึม
 
       เข้าใจอะไรขึ้นเยอะเรย จิงปะ ? ?
 
       สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนเบิร์ด อย่างสุดซึ้ง ที่ทนตื่นตั้งแต่ตี 4 และวิ่งตามผมถ่ายรูปตั้งครึ่งวัน
 
       ซักวันจะตอบแทนให้แน่นอน
 
       รักและขอบคุณทุกคนที่มาคับ ทำให้ผมรู้ว่า มีคนรักมากขนาดไหน
 
       ขอบคุณจิง ๆ คับ
 
May 28

อย่าฝากความหวัง

 
สิ่งที่ฉันกังวล เกี่ยวกับตัวฉันเอง
สิ่งที่ฉันยังเกรง ยังลังเลในใจ
แค่ผู้ชายคนนึง ที่จิตใจวุ่นวาย
สิ่งที่ให้เธอไป อาจดีไม่พอ

อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป
เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ

อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล
ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ
หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ

สิ่งที่ฉันเคยเจอ เจ็บและช้ำซมซาน
เก็บและฝังมานาน จนเป็นปมในใจ
อาจมีบ้างบางคราว ที่อ่อนแอมากมาย
อาจไม่เหมือนใครใคร ที่ใจแข็งแรง

อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป
เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ

อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล
ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ
หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ

กลัวใจเธออาจ จะผิดหวัง
เพราะรักฉันแล้ว เธอคงเหนื่อย
เธอคงต้องเหนื่อย ต้องคอยเฝ้าดู สิ่งที่ฉันเป็น

อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป
เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ

อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล
ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ
หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ

ที่จริงก็รักเธอ หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
ทำไมช่วงนี้ ชอบเพลงนี้จังเรยนะ
 
ทั้งที่รู้ว่าเค้าก็คงไม่ได้หวัง
 
หรือไม่ได้คิดอะไร
 
เฮ้อ..
 
ก็นะ เรามันไม่มีอะไรเรยนินา
 
แค่ความรู้สึกดีๆ..
May 03

??? เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ???

 
"ค่อก แค่ก ๆ " ช่วงนี้หลาย ๆ คนอาจจะมีอาการเช่นนี้กัน คงเป็นเพราะสภาพอากาศช่วงนี้ เด๋วดีเด๋วร้าย
 
บางวันแดดจ้า แป้บเดียวก็ฝนตก
 
บางวันฝนตกทั้งที่ยังมีแดด
 
บางวันก็ไม่มีแดดให้เห็นซักนิด 
 
ร่างกายที่เคยแข็งแรง เพราะได้เตะบอลทุกวัน ก็เริ่มทรุดโทรมลง เพราะนั่งแต่ในออฟฟิศ
 
รู้สึกได้เรยว่า ป่วยง่ายกว่าเดิม
 
"ค่อก แค่ก ๆ "
 
- -*
 
แต่
 
ไม่ใช่แค่อากาศหรอกนะ ที่เปลี่ยนแปลง
 
!!
 
แล้วอะไรล่ะ
 
....
 
...
 
ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตย่างเข้าสู่เลข 2 ( อายุ 20 นั่นเอง )
 
และช่วงที่ชีวิตขึ้นเลข 3 ( ปี 3 นั่นเอง )
 
หลายคนคงจำช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นได้
 
ทั้งเรื่องรุ่นน้อง
 
เรื่องรถชน
 
เรื่องเกรด
 
เป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด
 
ช่วงนั้นเอง
 
เพื่อนผม คนนึงชื่อ ดิด ได้พาไปหาคนทรง ที่เค้าเคยดูดวงให้แล้วบอกว่าแม่นมาก
 
ด้วยความอยากรู้ + ไม่มีจุดหมายในชีวิต จึงได้ลองไปดู
 
จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า
 
คำแรกที่เค้าทัก คือเพิ่งประสบอุบัติเหตุมาใช่ไหม
 
!!
 
!
 
หลายอย่างที่เค้าพูดมา ผมไม่ค่อยได้สนใจนัก
 
เพราะสมองในตอนนั้นไม่อยากรับรู้อะไรเท่าไหร่
 
จนเค้าพูดถึงเรื่องเนื้อคู่
 
จึงเริ่มสนใจ
 
เค้าบอกว่า
 
....
 
...
 
ผมจะมีแฟนตอนอายุ 23
 
และชื่อขึ้นด้วย อ
 
หรือ ว
 
ตอนนั้น แน่นอนว่าผมไม่เชื่อ
 
แต่
 
...
 
ตอนนี้
 
ผมเริ่มสงสัย
 
....
 
ในเมื่อตอนนี้ผมก็เข้าสู่ปีที่ 23 ของชีวิต
 
และเธอคนนั้นก็ชื่อขึ้นต้นด้วย ว
 
......
 
เอ๊ะ
 
ยังไง..
 
......
 
"ค่อก แค่ก ๆ "
 
ถึงแม้อากาศข้างนอกจะมืดมนหรือเปลี่ยนไปยังไง
 
ถึงแม้ร่างกายผมจะไม่ค่อยสบาย
 
แต่ข้างในมันกลับสดใสพิลึกแฮะ
 
*-*
 
ตรงกับเพลงนี้จัง
 
 
I never understood before
I never knew what love was for
My heart was broke, my head was sore
What a feeling..
 
Tied up in ancient history
I didnt believe in destiny
I look up you're standing next to me
What a feeling..
 
~
 
What a feeling in my soul
Love burns brighter than sunshine
Brighter than sunshine
Let the rain fall, i don't care
I'm yours and suddenly you're mine
Suddenly you're mine
and it's brighter than sunshine
 
~
 
I never saw it happening
I'd given up and given in
I just couldn't take the hurt again
What a feeling..
 
I didn't have the strength to fight
suddenly you seemed so right
Me and you
What a feeling..
 
~
 
What a feeling in my soul
Love burns brighter than sunshine
It's brighter than sunshine
Let the rain fall, I don't care
I'm yours and suddenly you're mine
Suddenly you're mine
It's brighter than the sun
It's brighter than the sun
It's brighter than the sun, sun, shine.
 
~
 
Love will remain a mystery
But give me your hand and you will see
Your heart is keeping time with me
 
What a feeling in my soul
Love burns brighter than sunshine
It's brighter than sunshine
Let the rain fall, I don't care
I'm yours and suddenly you're mine
Suddenly you're mine
 
I got a feeling in my soul ..."
 
 
คงไม่ต้องแปลให้ฟังหรอกนะ
 
เฮ้อ..
 
จะพ้นจากคำสาปมั้ยน้อ
 
กลัวจัง..
 
 
April 29

มีน้อย

 
สิ่งที่ตัวฉันเป็น...สิ่งที่ตัวฉันมี

ไม่รู้ว่ามันจะดีคู่ควรพอไหม
 
ถ้าเอาไปให้เธอ...เพื่อแลกกับใจทั้งใจ
หรือแค่เพียงเศษเสี้ยวนึง

กับสิ่งที่ใครเขาเป็น...สิ่งที่ใครเขามี

ที่เห็นก็มีแต่คนพร้อม..ดีกว่าฉัน

หวั่นในใจทุกที...ต้องเก็บอาการทุกวัน
เลยถามเธอตรงๆ วันนี้

คนที่มีอะไรน้อย แต่คอยห่วงเธอ
คนที่มีแต่ความรัก...ความจริงใจ
สุดท้ายจะต้องเจ็บหรือยังหวังได้
ว่าวันไหนเธอจะยอมรับกัน

แค่บอกกับตัวฉันมา...ตอบกับตัวฉันที
ไม่ต้องเกรงใจถ้ามีน้ำใจต่อกัน
จะได้พอรู้ตัว...ไม่แอบเข้าใจหลงทาง
แค่พูดมาให้ฟังจะยอม

บอกฉันที....
 
คนที่มีอะไรน้อย แต่คอยห่วงเธอ...
คนที่มีแต่ ความรัก...ความจริงใจ....
April 09

~~My CurSe~~

 
" คำสาปที่ฉันต้องเจอ ทุกๆคราว ที่ฉันนั้นมีความรัก
 
คือตอนสุดท้ายต้องจบ อย่างปวดร้าว....
 
ทุ่มเทชีวิตที่มีไว้ให้ใคร เค้าก็เดินจากไป
 
เชื่อในความรักทุกคราว แต่สุดท้าย มีเพียงน้ำตา
 
ไม่รู้... เรื่องราวที่เกิด..
 
มีใครลิขิตไว้หรือเปล่า
 
หรือคนอย่างฉันไม่มีค่าเพียงพอ ที่จะรักใครสักคน.. "
 
        ทุกๆสัปดาห์ ทุกๆวันพฤหัส เสียงของพี่กวางขับกล่อมเพลงนี้ ( ช่วงหลังอาจจะไม่ใช่ เพราะร้องเอง - - )
 
คละเคล้ากับเสียงชนแก้ว
 
        รอยยิ้มที่แปดเปื้อนบนใบหน้า พร้อมกับเสียงเพลงที่แหกปากร้องตาม กลบความรู้สึกข้างในได้เป็นอย่างดี
 
        ใครจะรู้ว่าความรู้สึกที่อินกับเพลงนี้มีมากแค่ไหน
 
        คุณเคยสังเกตตัวเองไหม ถ้าชีวิตคุณเป็นผู้ชายที่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นผู้ชาย
 
        คุณเคยสังเกตไหม ชีวิตที่ผ่านมา มีเพศตรงข้ามผ่านเข้ามาในชีวิตคุณมากแค่ไหน
 
        ผ่านเข้ามานะ.. ไม่ใช่คุณผ่านไปในชีวิตเค้า หรือคุณดึงเค้าเข้ามาในชีวิตตัวเอง
 
        ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ไม่รู้ว่าเพราะเพลงนี้ใช่ไหม ที่ทำให้วันนี้ คิดแบบนี้
 
        ......
 
" ความเดียวดายช่วยปลดปล่อยฉันทีเถอะ จะทำยังไงเพื่อจะให้คำสาปนี้เลือนหาย
 
ใครคนนึง ช่วยตอบคำถามให้ฉันเข้าใจ
 
ว่าความรักมีจริงอยู่ไหม.. "
 
         ชีวิตของผม..
 
         ผมเป็นผู้ชายคนนึง ที่รู้จักเพศตรงข้ามเยอะในสายตาของหลายๆคน
 
         แต่..
 
         ไม่เคยมีใครที่เข้ามาในชีวิตของผมเองเรยสักคน
 
         ราวกับว่าทุกคนที่ผมรู้จักนั้น เป็นเพราะผมไล่ตามความรู้สึกไป ไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันจะลงเอยอย่างไร
 
         หรือเป็นเพราะผมอยู่แต่สภาพแวดล้อมที่มีแต่ผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก
 
         ประถม มัธยม มหาลัย ที่ทำงาน..
 
         หรือเพราะคำสาปลมๆ แล้งๆดังในเพลง
 
         เมื่อชีวิตผมมาถึงจุดที่ผมจะหยุดไล่ตามทุกๆคน แล้วมาสนใจกับตัวเอง
 
         ชีวิตผมจะเป็นอย่างไร จะมีใครไหมเข้ามาในชีวิตของผม
 
         ไล่ตามความรู้สึกเหมือนที่ผมเคยทำแล้วผิดหวังมาหลายครั้ง หลายครา
 
         จะมีใครไหมไล่ตามผม..
 
         จะมีใครไหมให้ผมเหมือนที่ผมเคยให้กับหลายๆคน..
 
            จะมีใครไหมรักผม..
 
" ทุกคนที่เดินผ่านเข้ามา มอบสิ่งดีดีให้กับฉัน
 
ในวันแรกๆที่ได้พบกัน แต่แล้วก็เปลี่ยนไป
 
เมื่อเค้าได้ความรักฉันไป เรื่องราวดีดีก็เลือนหาย
 
ทุกอย่างก็เปลี่ยนเป็นความเสียใจ.."
 
          หรือจะเป็นไปตามคำทำนายของไพ่ยิปซี ที่ผมเคยดูมา
 
          ใครที่สนใจในไพ่ยิปซี คงรู้ถึงวิธีทำนายโดยอาศัยไพ่ 10 ใบ
 
          มันสามารถทำนายได้หมด ไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน อนาคต
 
          ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะการเรียน การงาน การเงิน
 
          จนถึงเรื่องความรัก
 
          หลายคนอาจจะยังไม่รู้
 
          ว่าไพ่ในตำแหน่งความรักของผมในตอนนั้น
 
          มันคือ
 
          " The DEATH !!! "
 
" ไม่รู้... เรื่องราวที่เกิด..
 
มีใครลิขิตไว้หรือเปล่า
 
หรือคนอย่างฉันไม่มีค่าเพียงพอ ที่จะรักใครสักคน.. "
 
          หรือชีวิตของผมจะโดนคำสาปจริงๆ
 
          สาด..
 
 
 
ปล. ใครอยากรู้ความหมายของคำทำนายมาถามได้นะ *0* ขำๆ
March 04

จบแล้ววว

 
"เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก"
 
เป็นจริงอย่างที่ใคร ๆ พูดกัน อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ผมก็จะต้องเริ่มทำงาน
 
( ที่ บริษัท First Logic นะ ในเครือ G-Able เผื่อบางคนยังไม่รู้ )
 
ต้องเข้างาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น ชีวิตดูจะมีตารางเหมือนสมัยเรียนตอนเด็ก ๆ ต่างกันที่หน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งดูเหมือนจะต่างกันราวฟ้ากับเหว
 
เด็ก ไปเรียนหรือไม่ก็ได้ ผู้ใหญ่ ต้องไปดิวะ
เด็ก ทำการบ้านหรือไม่ก็ได้ ผู้ใหญ่ ต้องทำงานดิวะ
เด็ก ว่างก็เที่ยว ผู้ใหญ่ ว่างก็เที่ยวดิวะ... เอ๊ย ก็ต้องเคลียร์งานดิวะ
 
เฮ้อ แค่คิดก็กลัวที่จะเริ่มต้นแล้ว แต่ใครจะหยุดเวลาได้ ยังไง ซักวัน ทุกคน ก็ต้องกลายเป็น "ผู้ใหญ่" สักวัน
 
แต่ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น
 
มันคงไม่มีวันนี้ ถ้าไม่มีที่แห่งนี้ ที่ ๆ ผมเรียกมัน ว่า เกษตร
 
ทุกคนคงรู้ว่าผมเรียนที่ม.เกษตร
 
แต่คงไม่มีใครรู้ว่าผมเจออะไรบ้าง และได้เรียนรู้อะไรบ้างที่เกษตร
 
นั่นสิ...
 
...
 
..
 
หลายสิ่งหลายอย่างที่หลาย ๆ คน อาจเรียนรู้ได้จากที่อื่น ไม่ว่าจะความรู้ หรือ กิจกรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ 
 
แต่สำหรับผมแล้วมีสิ่งนึงที่เกษตรแห่งนี้ล่ะที่สอนผม
 
ผมยังจำคำสอนของรุ่นพี่ในกลุ่มได้ดี
 
"รักเพื่อน เคารพพี่ ดูแลน้อง"
 
- เพื่อน -
 
           ตั้งแต่ผมเข้าเกษตรมา มีคนมากมายนับร้อยที่ผมเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเพื่อน หลังจากนี้ไปผมคงไม่ค่อยได้เจอกับเพื่อนของผมมากเท่าเก่า มีสิ่งนึงที่ผมอยากบอกกับเพื่อนทุก ๆ คน ของผมไม่ว่าจะ เพื่อน รร เก่า , เพื่อนที่กลุ่ม , เพื่อนในภาค , เพื่อนภาคอื่นที่เตะบอลด้วยกัน , เพื่อนคณะอื่นที่เรียนวิชาเลือกด้วยกัน , เพื่อนที่บ้านเพื่อน , แฟนเก่า ฯลฯ
 
           ผมรักเพื่อน ๆ ทุกคนที่นี่มาก และก็ขอบคุณสำหรับทุก ๆ สิ่ง ที่ทำให้กันมาตลอด 4 ปี ที่ผมอยู่ที่นี่
 
- พี่ -
 
           รุ่นพี่ที่สนิทที่สุดคงเป็นพี่ ๆ ในกลุ่มที่เลี้ยงดูผม ตลอดเวลาที่ผมเป็นปี 1 รวมทั้งพี่ ๆ ในภาค พี่ ๆ ที่แลป พี่ ๆ สโม และ พี่ TA ทั้งหลาย ขอบคุณที่สั่งสอนและเลี้ยงดูผมมา ขอบคุณสำหรับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทให้ ผมรักและเคารพพี่ ๆ ทุกคน
 
- น้อง -
 
           ถึงแม้ชีวิตมหาลัยสำหรับผมอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ดีกับน้องบางคน หรือหลายคน แต่ยังไงทุก ๆ คน ไม่ว่าจะน้องในภาค น้องในกลุ่ม น้องที่อื่นที่ไหน ๆ ก็ยังถือเป็นรุ่นน้อง ถ้ามีปัญหาอะไรที่ผมจะช่วยได้ ก็ขอให้บอก ผมยินดีที่จะช่วย ยังไงผมก็รักและพร้อมที่จะดูแลรุ่นน้องทุก ๆ คน
 
คำสอนของรุ่นพี่นี้ เป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอด 4 ปี และคงจะยึดถือไปใช้ในชีวิตตลอดไป
 
และสำหรับบุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะลืมไม่ได้เลย สำหรับชีวิตมหาลัยก็คือ อาจารย์
ขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่สั่งสอนผมมา ขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่ช่วยเหลือเวลาที่ผมลำบาก ขอบคุณมาก ๆ คับ
  
คงอีกไม่นานแล้ว สำหรับช่วงชีวิตวัยเด็กของผม
 
ใกล้จะ
 
จบแล้ววว..
 
 
 
ps. Special Thanks ( เลียนแบบ space โป้ยมา )
 
ขอบคุณ โป้ย ที่เขียน space ให้กูเลียนแบบ - -* ขอบคุณสำหรับหนังสือ Network ถึงแม้กูจะไม่ได้ทำงานสายนั้นก็ตาม
ขอบคุณ แกรนด์ ที่ทำให้กูไม่กล้าไปแจ่มอีก ขอบคุณสำหรับบารากุ
ขอบคุณ ณภัทร ที่ทำให้กูรู้ว่าพ่อไซโคเรนเจอร์สีแดงมีตัวตนจิง ๆ
ขอบคุณ ดิด ที่ไม่เคยรับปากเวลาชวนไปไหน
ขอบคุณ ปิง สำหรับความสงสัยว่าทำไมเมาต้องเอาโทรศัพท์นวดหู และทำไมไปเที่ยวกับเพื่อนแต่ชอบกลับกับคนอื่น
ขอบคุณ นิน สำหรับเพื่อนดีดีแบบไอ่โค และไอ่แว่น ( สด ๆ ร้อน ๆ )
ขอบคุณ จัก สำหรับตัวอย่างที่ดีเวลามีแฟน
ขอบคุณ เดช เอ๊ย เมิงอะต้องขอบคุณกูสำหรับห้องและถุงยาง
ขอบคุณ เอ ที่ทำให้กูรู้ว่ามีคนเตะบอลเก่งกว่ากู
ขอบคุณ ไก่ และ ชวน ที่ทำให้กูรู้ว่ามีคนเตะบอลอ่อนกว่ากู
ขอบคุณ บอล สำหรับอ๊วกในถังน้ำแข็ง
ขอบคุณ ท๊อบ สำหรับมือที่ล้วงถังของไอ่บอล
ขอบคุณ อาร์ม สำหรับจาวาและหนังสือราคาเกือบพัน
ขอบคุณ โน๊ต และ ขุม สำหรับซึนามิที่ร่วมกันก่อตั้งมา *0*
ขอบคุณ โอม สำหรับความแหลมจนทีมแพ้หลายครั้ง
ขอบคุณ ตุล และ นิต สำหรับทุกพฤหัสที่มีแต่ความสุข ถึงแม้จะจำอะไรไม่ค่อยได้ - -*
ขอบคุณ ป๊อบ และ นิต พี่กวาง มุ้ย แยม ติมอร์ ที่เล่นเพลงให้พวกกูฟังทุกอาทิตย์
ขอบคุณ ตือ แป๊ะ ป้อ เม่น สำหรับสลิมที่กูไปจนเด็กเสิร์ฟยกมือไหว้ - -*
ขอบคุณ จิน สำหรับความจริงใจที่ช่วยเหลือกูเวลามีปัญหา
ขอบคุณ อาจารย์มะนาว สำหรับทุกคำถามตอนพรีเซนต์โปรเจค
 
และขอบคุณใครอีกหลาย ๆ คน สำหรับทุก ๆ เหตุการณ์ ในมหาลัย ที่ทำให้ผมเป็นผมทุกวันนี้
สำหรับใครที่ไม่มีชื่อคงเพราะเราไม่เคยสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้ด้วยกัน
 
ถ้าอยากมี ก็ต้องมาวันเกิดกูละม้างงงง
 
ลองดู ๆ
 
January 14

ปีใหม่ กับ เรื่องเดิมๆ

 
เคยได้ยินผู้ใหญ่หรือใครหลายๆคนบอกไว้ว่า ปีใหม่ก็เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่ร้ายๆในปีที่แล้วก็ทิ้งมันไป
 
นี่ก็ผ่านไปแล้ว 2 อาทิตย์ก็มีหลายสิ่งที่ดีดี ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเรียน น่าจะไปได้ด้วยดี
 
 
แต่..
 
 
เรื่องร้ายๆก็ยังมี...
 
 
จำได้เป็นอย่างดีว่าหลังปีใหม่ วันที่ 3 ได้มีโอกาสคุยกับเธอใน msn ได้ถามเรื่องราว ความเป็นไปของเธอ
ดูเธอมีความสุขดี เธอยังขอบใจที่ยังคิดถึงเธอ
 
 
(22:02) *Nu..NaN*: ขอบใจนะ
(22:02) . . B ๏ . . : *: ขอบใจเรื่อง ?
(22:03) *Nu..NaN*: อ้าว ขอบใจที่ยังนึกถึงกันอยู่งัย
 
 
กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้คุยกัน.... กับเธอ
 
กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน..... กับเธอ
 
เป็นเวลาแค่เดือนกว่า แต่สำหรับผมแล้วมันเหมือนนานเปนปี หลังจากวันนั้น ผมจีงตั้งใจที่จะลืมเธอให้ได้
 
ยังไงเธอก็มีคนที่ดีกว่า
 
ยังไงเธอก็ต้องไป
.....
...
 
ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น ได้เข้าใจว่าปีใหม่เริ่มต้นใหม่เป็นไง
โปรเจคก็คืบหน้า มีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์
ชีวิตดูจะไปในทางที่ดี
 
 
แต่..
 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่สลิม ไปเปิดเหล้าทิ้งไว้สำหรับกินในสัปดาห์นี้
 
บรรยากาศที่ร้านก็ปกติเหมือนเดิม
 
แต่ก่อนที่จะกลับบ้าน
 
จังหวะที่รอเพื่อนอยู่นั้น
 
ก็มีคนดึงแขนของผมไว้
 
ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอกับเธออีก
ใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นเธอยิ้มตรงหน้าอีก
 
ผมไม่รู้จะทำตัว ทำหน้าอย่างไร ได้แต่ทักทาย พร้อมรอยยิ้มแห้งๆบนใบหน้า
 
ทำไม.. ต้องวันนี้
ทำไม... ต้องเจอ
ทำไม... เจอแล้วรู้สึกไม่ดี
ทำไม.. ทำไม.. คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว ระหว่างที่เดินทางกลับบ้าน 
 
ทำได้แค่นี้เองหรือ หยุดคิดถึงเธอได้แค่ 3 วันเองหรือ
 
ผมทิ้งตัวลงนอนทันทีที่ถึงบ้าน
 
ในสมองเห็นแต่ภาพเธอ
 
เห็นแต่รอยยิ้มของเธอ
 
เห็นแต่ช่วงเวลาที่อยู่กับเธอ
 
เพิ่งได้เข้าใจคำว่า "หลับทั้งน้ำตา" เป็นยังไง
 
"หลับทั้งน้ำตา เห็นก็แต่ภาพเธอ กับคำที่ย้ำว่าเธอจะไม่ไปรักใคร..
หลับทั้งน้ำตา คิดถึงเธอมากมาย อ่อนแอร้องไห้ในใจ กี่คืนที่พ้นไป รู้ไหมว่ามีใคร ..หลับทั้งน้ำตา.."
 
เมื่อวานผมไปที่สลิมอีกครั้ง พร้อมกับเจอเธออีกครั้ง
 
ดูเธอมีความสุขกับคนของเธอดี รอยยิ้มของเธอภายใต้อ้อมกอดของเขา คงทำให้ผมลืมเธอได้เสียที
 
ยังไงก็ขอให้เธอมีความสุข ให้เธอเดินทางไปหาคนที่เธอต้องการด้วยดี
 
คงถึงเวลาที่จะเริ่มต้นสิ่งดีดี ของผมเสียที
 
คงถึงเวลาแล้ว..
 
...........
 
.........
 
ลาก่อน.. คนที่ผมหมดให้ทั้ง "ใจ"
 
......
 
....
November 22

ให้ฉันทำอย่างไร ♪~

 
ถึง เธอ..
 
23.20น.
 
หลังจากที่ฉันวางโทรศัพท์จากเธอ ความรู้สึกแย่ๆ ทำไมถึงพรั่งพรูเข้ามา
 
แค่เพียงสองนาที ที่เราคุยกัน ทำไมฉันถึงรีบวาง
 
.....หรือว่าฉันไม่กล้าจะคุยกับเธอเหมือนเดิม
 
....หรือเพราะน้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป
 
...ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม มันคงเกิดมาจากเหตุการณ์วันนั้น
 
..กับพฤติกรรมแย่ๆของฉัน
 
.กับการกระทำที่ไม่น่าให้อภัยของฉัน
 
.
 
.
 
ถึงพรุ่งนี้ ก็คง 19 วันแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน กับอีก 4 วันที่เราแทบจะไม่ได้คุย เธอเองคงไม่ได้รู้สึกอะไร ยิ่งกับเหตุการณ์วันนั้น คงยิ่งทำให้เธอไม่รู้สึกอะไร ไม่คุยได้ยิ่งดี ไม่เจอได้ยิ่งดี
 
แต่เธอรู้อะไรไหม
 
.
 
.
 
ว่ากับฉัน มันตรงข้าม
 
.
 
.
 
ฉันรู้ว่าฉันผิด
 
ฉันอยากย้อนเวลากลับไป ไม่ให้มันเกิดขึ้น ให้เรื่องระหว่างเราเป็นเหมือนก่อนวันนั้น
 
ฉันอยากจะขอโทษเธอทุกๆวัน เพราะฉันรู้สึกผิดมาก ....แต่กลัวเธอรำคาญ
 
ฉันอยากจะคุยกับเธอทุกๆวัน แต่ฉันไม่กล้า ....เพราะฉันละอายกับสิ่งที่ฉันทำ
 
ฉันอยากเจอเธอทุกๆวัน แต่ฉันไม่มีหน้าจะเจอเธอ ....แม้แต่พรุ่งนี้ที่ฉันมีโอกาส ฉันก็ไม่กล้าเอ่ยปากชวน
 
ฉันเสียใจ
 
ฉันทรมาน
 
ฉันร้องไห้
 
ทุกครั้งที่เธอเฉยชา ทุกๆครั้งที่เธอเปลี่ยนไป
 
 
 
รู้ไหมว่า เธอคือคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากดีกว่านี้
. . . . .
 
รู้ไหมว่า ฉันอยากให้เรื่องระหว่างเราเหมือนเดิม
. . . .
 
รู้ไหมว่า ฉันอยากให้เธอให้อภัย
. . .
 
รู้ไหมว่า ฉันไม่อยากให้เธอเปลี่ยนไป
. .
 
รู้ไหมว่า ฉันรักเธอ
.
 
 
 
ใครก็ได้ตอบฉันที
 
ให้ฉันทำอย่างไร
 
♪~
September 10

AGAIN

คุณเคยคิดไหมว่าเรื่องราวร้ายๆจะเกิดกับคุณได้บ่อยแค่ไหน

สำหรับผม

มันเกิดขึ้นอีกแล้ว..

เรื่องราวของผมกับเธอเกิดขึ้นเมื่อ 4 เดือนก่อนและจบลงเมื่อไม่ถึง 2 ชม.ที่ผ่านมา
 

"ผมรู้จักเธอครั้งแรกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสาทร ผมไปกินเหล้ากับเพื่อน ในวันที่เธอไปกินข้าวกับเพื่อนพอดี
เรานั่งโต๊ะเยื้องๆกัน ตน.ที่ผมนั่งสามารถมองเห็นเธอได้พอดี
เธอเป็นคนตาโต แก้มยุ้ยนิดๆ และที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือเธอดัดผม
ผมใช้เวลาตัดสินใจประมาณ 1 ชม.ก่อนที่จะไปรอเธอที่หน้าห้องน้ำ เพื่อขอเบอร์ติดต่อเธอ
เป็นการขอเบอร์ที่ทุลักทุเลมากเนื่องจากเธอน่ารักจนผมไม่กล้าที่จะพูดอะไร
แต่ในที่สุด ผมก็ได้เบอร์ของเธอมา

คืนนั้น ผมโทรไป เราคุยกันประมาณ 1-2 ชม.
ถือว่านานมากสำหรับผม
คืนนั้นเป็นอีกคืนที่ผมมีความสุขที่สุด
หลังจากวันนั้น ผมพยายามโทรหาเธอเรื่อยมา พยายามชวนเธอไปข้างนอก
คงเป็นเพราะผมชอบเธอมาก
แต่เธอไม่เคยว่าง..
นานไป ผมจึงเริ่มทำใจ และก็คิดว่าคนน่ารักขนาดเธอนั้นคงไม่สนใจคนแบบผมหรอก
ผมไม่ได้โทรไปหาเธอเรย เป็นเวลาร่วมสองเดือน ซึ่งพอดีเป็นช่วงที่ผมมีแฟน
แต่เราก็ยังคุยกันบ้าง ทาง msn
จน
เมื่อวันอังคาร ของอาทิตย์ก่อน เราคุยกันทาง msn เธอบอกว่าเธอโทรหาผม เมื่อศุกร์ที่แล้วเพื่อชวนผมไปเที่ยว
 
ตอนนั้นผมเสียดายมากเพราะศุกร์ที่แล้วผมมัวแต่เตะบอลกับเพื่อนๆ เลยไม่ได้รับโทรศัพท์ของเธอ
ผมจึงถามเธออีกว่า เธอจะไปอีกวันไหน
เธอตอบมาว่าวันศุกร์ พร้อมกับชวนผมไปด้วย
 
โอ้
 
ผมดีใจ มาก มาก
 
คนอย่างผมซึ่งไม่มีอะไรเรย จะได้ไปเที่ยวกับคนน่ารักขนาดนั้น

และแล้ววันศุกร์ก็มาถึง ผมไปเจอเธอที่ผับแห่งหนึ่งย่านรัชดา
ตลอดเวลาที่อยู่กับเธอผมมีความสุขมาก ยิ่งได้เห็นเธอใกล้ๆ ผมยิ่งคิดว่าเธอน่ารัก
เราแยกย้ายกันกลับในคืนนั้น ก่อนที่ผมจะโทรหาเธอในวันรุ่งขึ้น เรานัดกันไปดูหนังวันอังคาร ผมยิ่งปลื้มเข้าไปอีก

 
ยิ่งกว่านั้น วันอาทิตย์ผมมีโอกาสได้ไปหาเธอที่ห้องพักของเธอ
เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันประมาณ 2-3 ชม.
เป็น 2-3 ชม. ที่มีค่ามากมายสำหรับผม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้นผมจะไม่มีวันลืม
เป็นช่วงเวลาที่แสนประทับใจที่อย่างน้อยผู้ชายอย่างผม จะได้อยู่ใกล้ๆคนที่ตัวเองชอบ ได้ชื่นชมเธอใกล้ๆ
หลังจากวันนั้น

ชีวิตของผมเปลี่ยนไป
ลมหายใจของผมเริ่มเป็นเธอ
ผมคิดถึงเธอแทบจะทุกๆวินาที ผมอยากจะบอกเธอมาก แต่ไม่กล้า และไม่รู้ที่จะบอกเธอยังไง
ผมพยายามโทรหาเธอทุกครั้งที่ผมว่าง
 
แต่
 
ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวเธอ
เหมือนเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับผม ไม่ได้คิดอะไรกับผม
แต่ผมก็ยังแอบหวังลึกๆ เพราะช่วงเวลาเล็กๆน้อยๆที่ผมได้อยู่กับเธอนั้น ผมคิดว่าเธอคงมีใจให้ผมบ้างไม่มากก็น้อย
วันอังคารเธอไม่ได้ไปดูหนังกับผม เพราะเธอไม่สบาย ผมเป็นห่วงเธอมาก อยากไปดูแลเธอข้างๆ แต่ดูเหมือนเธอกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เธอบ่ายเบี่ยงทุกครั้งที่ผมจะไปหา

ผมได้เจอเธอครั้งสุดท้ายเมื่อวันพฤหัส ก่อนที่เธอจะกลับ ตจว. เพราะผมอยากเจอเธอมาก จึงไปหาเธอที่ห้อง
ผมได้คุยกับเธอเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะมาถึงวันนี้
 

วันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง

ผมโทรหาเธอตอนราวทุ่มครึ่ง เธอตัดสายทิ้ง ผมเข้าใจว่าเธอนอนอยู่ จึงส่ง sms ไปหาแทน
เธอโทรกลับมา
พร้อมกับพูดว่า มีเรื่องที่อยากจะบอก อย่าโกรธนะ
ผมรู้ได้ถึงเรื่องราวแย่ๆที่จะเกิดขึ้นตามมา
เหมือนเธอพยายามจะพูดอะไรซักอย่างก่อนที่สายจะตัดไป

ผมเริ่มกลัว

กลัวที่จะรับฟัง

กลัวที่จะโทรไป

แต่เพราะความอยากรู้ ผมจึงโทรไปหาเธอ เธอตัดสายผมทิ้ง 2 ครั้ง
ด้วยความอยากรู้ผมจึงส่งข้อความให้เธอพูดให้ชัดเจนไม่งั้นผมจะไปหาเธอ
เธอโทรกลับมาในทันที
พร้อมกับบอกว่า

"....ไม่ต้องโทรมาแล้วนะ ....อยู่กับแฟน"

..
...
....
.....

ผมไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกใดๆรอบข้าง
ตัวผมชา ใจผมชา
สมองผมค่อยๆคิดว่า
ผมโดนหลอกอีกแล้วหรอ?
แล้วที่ผ่านมาล่ะ?
ผมเป็นตัวอะไรกันแน่?
เธอทำแบบนี้ทำไม?
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว
ผมไม่สามารถหาคำตอบใดๆให้ตัวเองเลย นอกจากหยดน้ำตาเล็กๆที่ผุดขึ้น
 
..
...
....
.....
 
มีคำพูดเปนล้านที่ผมอยากจะบอกเธอ อยากจะถามเธอ
แต่ทุกๆอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว
เหมือนที่ผมเข้าใจ
คนน่ารักเช่นเธอย่อมต้องมีคนที่ดีกว่าผมอยู่แล้ว
ถ้าผมมีโอกาสได้พูดกับเธออีกสักครั้ง
ผมคงอยากขอโทษที่ผมไปรบกวนชีวิตของเธอ

และก็ขอให้เธอมีความสุขกับคนของเธอ ตลอดไป..
 
.
.
.
.
.

สำหรับผมแล้ว ..2-3 ชม.. ในอาทิตย์ก่อนคือช่วงเวลาสั้นๆที่ผมจะจดจำเธอ

..ไปจนตาย..."
September 09

..เพราะ..

"เคยไหม...ที่อยากกอดใครคนหนึ่ง
เธอเคยไหม...อยากเพียงซบใครอยู่ข้างกาย
เคยไหม...อยากคิดถึงใครหมดหัวใจ
เธอเคยไหม...เฝ้ารอจะพบใครคนนั้น

ไม่เคยสัมผัสความละมุนที่อยากมี
ไม่เคยได้รักใครจนมาวันนี้ เมื่ออยู่ใกล้เธอ
คนเป็นล้านคนกลับไม่เห็นใคร
แต่กลับต้องหวั่นไหวเมื่อเจอเธอ

เพราะไม่เคยคิดว่าใครจะทำให้หัวใจต้องมาหวั่นไหว
ต้องมารักใครได้มากเท่านี้
ก็เพราะที่รอมานับปี มันคุ้มกับที่มีความรักดีๆ
เก็บไว้ให้เธอเพียงแค่หนึ่งคน

เคยไหม...อยากวิ่งออกไปตะโกนบอก
ให้โลกรู้ว่าฉันนั้นรักเธอมากเท่าใด
เคยไหม...ที่อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้ ก็ไม่คิดจะมีวันนี้ที่เฝ้ารอ

ไม่เคยสัมผัสความละมุนเหมือนอย่างนี้
ไม่เคยจะรู้สึก รู้สึกได้ขนาดนี้จนอยู่ใกล้เธอ
คนเป็นล้านคนกลับไม่เห็นใคร
กลับต้องหวั่นไหวเมื่อเจอเธอ

เพราะ....ไม่เคยคิดว่าใครจะทำให้หัวใจต้องมาหวั่นไหว
ต้องมารักใครได้มากเท่านี้
ก็เพราะ....ที่รอมานับปี มันคุ้มกับที่มี
ความรักดีๆ เก็บไว้ให้เธอเพียงแค่หนึ่งคน

เป็นความรู้สึกที่ลอยล่องไป ท่ามกลางผู้คนมากมายกลับอุ่นใจแค่เธอนี้
แค่อยาก...จะเก็บความรักที่มี จะเก็บเอาไว้ให้ดี
และจะรอให้ถึงวันที่เธอนั้นให้ฉันได้รัก...เธอ

จะรักใครได้มากเท่านี้
ก็เพราะ....ที่รอมานับปี มันคุ้มกับที่มี
ความรักดีๆ เก็บไว้ให้เธอเพียงแค่หนึ่งคน
แค่หนึ่งคน หนึ่งคนๆ ...
เธอได้โปรดอยู่กับฉัน...ก็เพราะฉันรักเธอ"

 

 

..อยากให้เพลงนี้กับใครซักคนจัง..


May 23

~ คุณเคยผิดนัดมั๊ย ~

        
        "เคยคับ"
          "เคยค่ะ"
          "เคยดิวะ"
 
          "ไม่เคย" <<<<<< มีด้วยหรอวะ คนที่ตอบแบบนี้
 
          เชื่อว่าทุกๆคนที่อ่าน Space นี้คงเคยผิดนัดกันเกือบทุกคน แล้วถ้าถามต่อล่ะ
 
          ~ คุณผิดนัดบ่อยไหม ~
 
          "ไม่บ่อยนะ"
          "บ่อยมั้ง"
          "จำไม่ได้"
 
          "ไม่เคย" <<<<<< มีด้วยหรอวะ คนที่ตอบแบบนี้ - -*
 
          คำตอบส่วนใหญ่น่าจะเป็นไม่บ่อย เพราะการผิดนัดไม่ใช่เรื่องที่น่ายกย่อง หรือน่าชื่นชมแต่ประการใด แล้วถ้าถามต่อ
 
          ~ คุณผิดนัดเพราะอะไร ~
 
          "ลืม"
          "ติดธุระด่วน"
          "ขี้เกียจ"
 
          "ฯลฯ"
 
           คำตอบของคำถามนี้คงมีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน แล้วถ้าถามต่อว่า
 
           ~ คุณเคยโดนผิดนัดบ่อยแค่ไหน ~
 
           คงไม่มีใครอยากจะตอบคำถามนี้ เพราะนั่นคงหมายถึงว่าคุณเองก็เคยโดนผิดนัดมาเหมือนกัน แต่ในอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนนึง จะถูกผิดนัดถึง 4 ครั้ง พูดง่ายก็คือ รอเก้อ ไปเก้อ โทรเก้อ ... ภายในอาทิตย์เดียวกัน
 
 
          หลายคนคงอยากรู้ ว่าเกิดไรขึ้น
 
          อังคารก่อน.. เนื่องจากต้องกลับบ้านไปเอากระต่าย จึงนัด***ไว้ว่าจะไปรับ ***เลิกเล่น fitness ตอนสองทุ่ม เราก็ไปรอใกล้ๆที่ทำงานตั้งแต่ ทุ่ม 45 จนถึง 2 ทุ่มครึ่ง โทรไปประมาณ 6-7 ครั้งก็ไม่รับ ด้วยความที่กลัวกระต่ายจะเป็นอะไร เราจึงกลับ
 
           เธอโทรมาตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น บอกว่าเมื่อคืนเลิกดึก 3 ทุ่มกว่า เพลียมากเลยไม่ได้ดูโทรศัพท์ เพิ่งเห็นตอนเช้า เลยโทรกลับมา ( ตอนเที่ยง )..
 
           *-*
 
           วันเสาร์.. นัดกับเพื่อนๆเนื่องจากจะไปเล่น snooker กัน ราวๆ 5 โมง ก็มีเพื่อนคนนึงไม่ว่าง บอกว่าต้องไปกินข้าวกับแม่ก่อน ประมาณ 7-8 โมงได้ไหม จึงตกลงว่าทุ่มครึ่ง
 
           ทุ่ม 20 โทรไป มันบอกว่ากูยังนอนอยู่เลย ยังไม่ได้กินข้าว
 
           *-*
 
           เมื่อวาน.. เป็นอีกวันที่ต้องกลับบ้านเนื่องจากแม่ไม่สบาย จึงนัดเพื่อนซึ่งพักอยู่แถวอนุสาวรีย์ว่าจะไปกินข้าวกัน นัดกันราวๆ 6 โมง
 
           พอเราเลิกงาน ก็โทรไปหาเพื่อบกว่ากำลังเดินทาง เค้าก็ตอบกลับมาว่า เค้าซ้อมดนตรีอยู่ที่มหิดล ( ศาลายา ) คงกลับไปไม่ทัน
 
            *-*
 
           วันนี้ เนื่องจากเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน จะแวะมามหาลัยซึ่งอยู่แถวนี้ บอกว่าตอนเย็นจะมาหา เราจึงรีบกลับเพราะกลัวว่าเค้าจะทำธุระที่ม. เสร็จเร็ว แล้วจะรอนาน ก็โทรไปตั้งแต่ 5 โมง จนตอนนี้ 3 ทุ่ม ยังไม่รับ..
 
           ไม่รู้เรยว่าจะต้องฟังเหตุผลอะไรอีก
 
           *-*
 
 
           เฮ้อออ....
 
           ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เราอาจจะคิดมากไปเอง แต่ทำไม เพราะอะไร ถึงทำให้คนๆนึงมันรู้สึกแย่ๆติดกันได้มากมายขนาดนี้
 
           คงไม่ต้องบอกว่าซื้อกระต่ายมาเลี้ยงเพราะอะไร
 
           อย่างน้อย เวลาที่เรากลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ มันก็ไม่เคยหายไปไหน
 
           รออยู่ในกรง ต้อนรับเราเสมอ
 
 
 
           ไม่เหมือน  ~ คน ~ 
May 11

..หรือว่า..

           ไม่ได้อับสเปซเกี่ยวกับตัวเองมานานมากละ มัวแต่เขียนเรื่องฝึกงาน ซึ่งตอนนี้เอาออกไปแระ มันรกเกิน *-* ใครสนใจเรื่องฝึกงานก็มาถามได้ เด๋วเล่าให้ฟัง
 
         หนึ่งเดือนที่ฝึกงานผ่านมา ทำให้เข้าใจชีวิตคนทำงานมากขึ้นเยอะเรย เป็นช่วงชีวิตที่ลำบากจริงๆ ต้องตื่นเช้า ไม่มีเวลาส่วนตัวมากเท่าเดิม ขี้เกียจก็ไม่ได้ มีวิธีเดียวคือต้องสนุกไปกับงานที่ทำ ถึงจะทำให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ เฮ้อ.. คิดแล้วก็ไม่อยากจะจบเรย อีกปีเดียวเอง T^T
 
         เดือนเมษาเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะดี ทั้งที่ฝึกงานแต่ก็ได้ไปเที่ยวเยอะมาก ไม่ว่าจะ นครนายก ( ได้เจอกับพี่เล็ก ที่ Take Care เราดีมากๆ *-* ) อุทัยธานี ( ได้ไปขี่ช้าง ไดร์ฟกอล์ฟ แถมได้ Scrubb อีกตะหาก ) ยังไม่รวมสงกรานต์ ที่ออกไปเล่นน้ำครบ 3 วันเป็นครั้งแรกในชีวิต ได้รู้จัก ษา แอม ( คนที่ซื้อ Sim ใหม่ให้ ) และเพื่อนใหม่ๆ อีกหลายคน
 
         หลายคนที่ได้คุย คงจะรู้ว่าตอนนี้ ตัวเราอยากจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ไหนจะเลิกเหล้า ไหนจะเลิกเที่ยว
 
         มีแต่คนถามว่า ทำไม.. ? ?
 
         นั่นสิ ทำไม..
 
 
         ..หรือว่า.. เพราะเราเที่ยวมาเยอะแล้ว จะว่าไปก็เคยเลิกไปได้แล้วครั้งหนึ่งตอนที่คบกับ... ( ชื่อต้องห้าม ) แต่หลังจากเลิกนิสิ แทบจะทุกอาทิตย์ คงไม่มีใครที่จะรู้หรอกว่า ที่เราไปเพราะยังคงเสียใจกับเรื่องของเค้าคนนั้น จนพอถึงเวลาที่คิดว่าทำใจได้แล้ว ( หลังปีใหม่ ) ก็มีเรื่องของสุ ที่ทำให้เราต้องกลับมาเที่ยวอีกครั้ง ทุกครั้งที่ไปก็ต้องฝืน ก็ต้องทำเหมือนสนุก คงไม่มีใครอยากกินเหล้ากับคนซังกะตาย แต่ใครจะรู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา มันไม่ใช่ตัวเราจริงๆ ที่ยิ้ม ที่สนุก ข้างในมันยังมีเรื่องคางคาใจมากมาย          
          ทำให้เราอยากพอ ? ทำให้เราอยากกลับไปเป็นคนเดิม สนุกกับเพื่อนๆได้เหมือนเดิม จากความรู้สึกที่สนุกจริงๆ
 
 
          ..หรือว่า.. ร่างกายเรามันรับไม่ไหวแล้ว ใครที่ได้เจอกันช่วงนี้คงรู้ว่า ตอนนี้ทั้งไอ และหอบเป็นระยะๆ ยิ่งได้กลิ่นบุหรี่ ยิ่งทำให้อาการแย่ลง ต้องมียาพ่นเหมือนที่เคยเห็นคนเป็นโรคหอบในทีวีใช้กัน ติดตัวไว้ตลอด         
          ทำให้เรากลัวว่าเราจะเป็นอะไร แล้วจะมีคนเสียใจ ?
 
 
          ..หรือว่า.. เรื่องเงิน อยากเก็บเงิน อยากสร้างฐานะ อยากมีอนาคต ไม่อยากหมดไปกับขวดเหล้า ขวดต่อๆไป
          ทำให้เราไม่อยากเที่ยว เพื่อที่จะเก็บเงินไว้เยอะๆ ?
 
 
          ..หรือว่า.. อยากจะทำให้คนที่เรารักรู้สึกกับเราดีขึ้น ไม่ว่าจะแม่ หรือว่าคนที่เค้าเคยรักเรา ซึ่งแม้ว่าตอนนี้เค้าจะทำให้เราเสียใจมากมาย ทั้งที่สุดท้ายก็เป็นแค่เพื่อน แต่เราก็ยังอยากเป็นคนดีให้เค้าเห็น
          เพื่อชนะใจคนพวกนี้ ? เพื่อให้คนเหล่านี้ชื่นชม ?
 
 
          จะว่าไปมันก็คงทุกเหตุผล รวมๆกัน หวังว่าเพื่อนๆทุกคนที่ได้อ่านคงเข้าใจ
 
          ไม่ใช่ไม่อยากไปกับเพื่อนๆ
          ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนไป
          ไม่ใช่จัก 2 หรือ ดิด 2
 
          แต่บางทีคนเรามันก็อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ( เทอมที่ผ่านมา เกรดมันก็แค่ดี แต่เรื่องอื่นๆ มันยังแย่อยู่ ) กว่าเดิมบ้าง 
 
          เอ๊ะ ..หรือว่า.. จะเจอคนที่ทำให้เราพอทีกับเรื่องแบบนี้ คนที่เราชอบจริงจัง คนที่ทำให้เราเปลี่ยนได้
          ก็ได้หวังว่า คงไม่เจอกับความรู้สึกผิดหวังขั้นรุนแรงเหมือนตอนที่รู้สึกแบบนี้กับ... หรือความรู้สึกว่าเค้าเป็นเนื้อคู่ของเราลมๆ แล้งๆ แบบสุ
 
          คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าคนๆนั้นเป็นใคร
 
          ..หรือว่า.. 
         
          *0*
         
April 03

ฝึกงาน!!!

         ในที่สุดก็ได้ฝึกงานแล้ววว *-*
 
         วันแรกก็มีการปฐมนิเทศ ที่ตึกทรู ตรงหน้ารัชดา ซอย 4 ก่อน เวลา 8.30 ถึงประมาณ 11.00 ก็มีพี่เลี้ยงจากออฟฟิศมารับ ( เพิ่งรู้ตอนเจอพี่นี่แหละ ว่าต้องไปบางบัวทอง ) แล้วก็ไปที่ Repair Center ก่อนเพราะพี่เค้าต้องไปเครื่องมือ ก็ได้เห็นชุมสายโทรศัพท์ ได้เห็นในตู้ที่มีสายโทรศัพท์นับร้อย *0* ได้เห็นการ์ดที่ใช้ Control หรือ Switching โอ้ สุดยิด
 
          แล้วก็ไปที่ออฟฟิศที่อยู่ไกลแสนไกล มองข้างทางเห็นแต่ฝุ่น 555+ ก็ดี ได้ออกมานอกเมืองบ้าง
 
          พี่เค้าก็พาผู้จัดการมาแนะนำ แล้วก็บอกว่าต้องทำอะไรบ้าง สรุปๆก็คือ ลุยงานนอกสถานที่ ออกจากออฟฟิศทุกเช้าราวๆ 9 โมง ซ่อมโทรศัพท์ อินเตอร์เนท เอทีเอ็ม ทุกๆอย่างที่เป็น Product และ Service ของ TRUE รับรองว่าได้ทำหมด
 
          เอาวะ สู้โว้ย - -*
March 23

-.- ยานอนหลับกับตั๋วหนัง

       เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากเข้าไปส่งงาน Database ก็ได้ไปงานบวชไอ่ตือ ที่วัดกันตทาราราม ( สะกดถูกป่าวหว่า -.- ) แถวๆ เดอะมอลล์ ท่าพระ
 
       ก็ถือว่าเริ่มต้นใหม่นะไอ่ตือ เมิงซวยมาเยอะแล้ว ไหนจะคะแนนเอนท์ ไหนจะเกรดที่เกษตร ไหนจะรถชน ก็ถือว่าล้างซวย แล้วก็เริ่มต้นใหม่ได้แล้ว ยังไม่สายเกินไป การบวชคงทำให้เมิงได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะ  *-*
 
       หลังจากไปงานบวชก็เป็นครั้งแรก ที่เราได้ไปนั่งอยู่ข้างๆแคทวอร์ค ที่มีนางแบบระดับอินเตอร์เดินผ่านหน้าเราไปมา เพราะแฟนจ๋าก็ไปเดินกับเค้าด้วย ( อ่าว งี้แฟนมันก็นางแบบระดับอินเตอร์ดิวะ *0* ) เพิ่งรู้ว่าสังคมไฮโซนี่ไม่น่าอยู่จริงๆ ดีแต่แต่งตัวสร้างภาพ ใส่หน้ากากเข้าหากัน
       แต่นางแบบแต่ละคน หุ่นเหลือรับทานจริงๆ แถมยังมีของแถมด้วยการ เปิดกระโปรงโชว์ด้วย -0-
 
       แล้วก็กลับบ้านนอน
 
       คงเพราะไม่ได้นอนมา 31 ชม.เต็มๆ มั้ง จึงหลับยาวตั้งแต่ 5 ทุ่ม จนถึง บ่ายสามของวันอาทิตย์ ไม่ได้ไปเช็งเม้งเรยย - -*
 
       ละก็มาถึงคืนวันอาทิตย์นิเอง ที่ทำให้เราเริ่มสนใจในยานอนหลับ
       เข้านอนตอน ตี 2 เนื่องจากง่วง แต่.. ทำไมมันนอนไม่หลับซะที กลิ้งไป กลิ้งมา ก็แล้ว นอนคว่ำ นอนหงาย ก็แล้ว ทำไม ไม่หลับฟะ หลับตา ก็คิด คิดเหี้ยไรนักหนา.. T^T
 
       กว่าจะหลับก็ปาเข้าไป 6 โมงเช้า 4 ชม.แห่งความทรมาน
 
       ในที่สุดก็เลย บอกแม่ ละก็ปรึกษาเรื่องยานอนหลับ และก็ได้มา แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่กล้ากิน *-* กลัวติดหงะ..
 
        พูดถึงแม่แล้วก็สบายใจจริงๆ แม่เป็นคนเดียวที่ห่วงเราที่สุดเลย ตอนนี้ที่เรามองไม่เห็นใคร มีแม่นิแหละ ที่เข้าใจทุกๆอย่าง และทำให้เราทุกอย่างจริงๆ รักแม่จัง ^ ^
 
        ละก็อยากบอกว่า พี่ชายซื้อตั๋วหนังที่พารากอนมา แล้วมันให้มา 2 ใบ
 
        แต่..
 
        ไม่มีคนดูด้วยหงะ..
 
        จะไปดูกะเพื่อนผู้ชายสองคนก็ยังไงอยู่ เพราะมันดูที่นั่งโซฟา แบบ 500 ได้อ่า... สวีทตายห่าเรย ถ้าไปกะผู้ชาย ^0^
 
        จะมีใครว่างบ้างไหมน้อ..
 
        จะมีใครพร้อมไปดูกะเราบ้างน้อ..
 
        เฮ้อ...
 
        ปล. เมื่อวานเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ได้คุยโทรศัพท์กับ.... ( ชื่อต้องห้าม ) เฮ้อ ยิ่งคุยก็ยิ่งแย่ แต่ละคำพูดทำร้ายกันจริงๆ ไม่น่าเรย ถ้าไม่เพราะเค้ายืมหนังสือเราไป คงไม่คุยหรอก แค่อยากได้หนังสือคืน กลายเป็นต้องฟังเค้าอธิบายว่าเค้ารักแฟนเค้ามากแค่ไหน แฟนเก่าเค้า ( คือ กู ) ไม่ดีอย่างงั้นไม่ดีอย่างงี้ เฮ้อ.. กูละเซ็ง แถมดันมาตกรอบดอทเอ อีก เฮ้อ..
 
        เฮ้อ...
      
        ถ้าถอนหายใจแล้วอายุสั้น กูคงใกล้ตายแล้วล่ะสิเนี่ย..
 
        เฮ้อ...
March 15

และแล้วก็ผ่านไป

       ในที่สุดก็รู้ผลของการคัดเลือกเข้าทำโปรเจคทั้งแลบ I-Wing และของอ.เจี๊ยบ
 
       สุดท้ายก็ไม่ได้ทั้งคู่.. T^T
 
       ไม่อยากจะโทษใครหรือโทษอะไรเลย ทั้งหมดมันน่าจะเพราะตัวเราเองมากกว่า คงเพราะเราเลือกที่จะเป็นแบบนี้ จะปรับตัวหรือแก้ตัวอะไร บางอย่างมันก็สายไป ในสายตาคนอื่นเราก็ถูกมองว่าไม่ดีอยู่ดี
 
       ทำไม ??
 
       ทำไมถึงไม่ได้ล่ะ ??
 
       I-Wing คงไม่รู้สึกผิดหวังมากมาย เพราะแต่ละคนอยู่ในระดับที่สมควรได้รับคัดเลือก 11 ตัวจริงเอย หรือแม้แต่คนอื่นๆ ดูมีอนาคตกันทั้งนั้น
       แต่กับอ.เจี๊ยบนี่สิ ถึงเราจะเคารพการตัดสินใจของอาจารย์ แต่ก็มีความรู้สึกเหมือนกัน
 
       มีเพียง 1 ใน 5 ที่ไม่ได้
 
       ทำไมเป็นเราล่ะ..
 
       นอนคิดหาเหตุผลมา 1 คืน..
       คิดออกแต่ละอย่างก็ตลกดี
       เพราะเราชอบ Network เลยไม่สมควรทำ Image Processing ?
       หรือเพราะเราไว้ผมยาว ?
       หรือเพราะเราเจาะหู ?
       หรือเพราะเราแต่งตัวไม่เรียบร้อย ?
       หรือเพราะเราเคยมีปัญหาเกี่ยวกับแฟนจนเรื่องถึงมหาลัย ?
       หรือเพราะเราเป็นเรา..
 
       ความพยายามบางอย่างก็ไม่มีค่าเรยจริงๆ 1 เทอมที่อดทน เปลี่ยนตัวเอง กับเกรดที่ออกมา A 3 ตัว 7 หน่วย ดูไม่มีค่าเพราะเราก็ถูกตัดสินด้วยภาพลักษณ์และอดีตที่ดูไม่ดีอยู่ดี ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือความรัก ทำไมหลายคนถึงให้ความสำคัญกับอดีตขนาดนั้น..
 
       ไม่น่าเชื่อว่า แต่ก่อนผู้ชายคนนี้ คือคนที่สอบเข้าวัดสุทธิด้วยคะแนนเป็นอันดับ 1
       เรียนจบวัดสุทธิด้วยเกรดอันดับ 5 ของโรงเรียน
       เอนทรานซ์ติดภาควิชานี้ด้วยคะแนนเป็นอันดับ 6 ของภาค
 
       แต่แล้วตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวเลือกสุดท้าย..
 
       อยากจะทำอะไรดีๆ กับเค้าบ้าง  แต่แค่คิดก็ดูเหมือนจะผิดแล้ว
 
       คงผิดตั้งแต่เกิดแล้วแหละมั้ง
 
       เฮ้อ.. ขอโทษแม่และทุกๆคนที่คาดหวังไว้มากมาย
 
       เทอมนี้คงทำได้แค่นี้อะ..
 
       .
 
       .
 
       .
 
       .
 
       .
 
       ขอบคุณน้ามพึ่ง พี่เล็ก และแอมที่รับฟังปัญหา ที่ให้ที่ซับน้ำตา และให้กำลังใจ
       และก็ยินดีกับเพื่อนๆทุกคนที่ได้รับการคัดเลือก
       ไม่ได้โกรธหรืออะไรเลย ยังรักเพื่อนๆ ทุกคนเหมือนเดิม..
March 13

อะไรกันนี่ - -*

       คิดว่าสอบเสร็จ จะเป็นอะไรที่น่ายินดี แต่..
 
       ทำไม มันเคว้งๆวะ หรือว่าไม่ได้เจอเพื่อน
       หรือว่าไม่ค่อยมีคนเล่นเกมส์
       หรือว่าเราอยู่คนเดียวมากไป
       หรือ.. เหี้ยไรวะนี่ งง..
 
       เฮ้อ ทำไมเรื่องเก่าๆมันถึงไม่ออกไปจากหัวเราซะทีนะ
       วันนี้ เลยไม่ได้ไปเตะบอล ต้องขอโทษเพื่อนๆ ทุกคนที่ไปกันแต่เช้า และขอบคุณที่โทรมาปลุก แต่มันไม่รู้สึกตัวจริงๆ เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับอย่างแรง กว่าจะได้นอน ก็เกือบ7โมงแล้ว จะเอาไรไปเตะวะ - -*
 
       พูดถึงนอนไม่หลับ
 
       ทำไมมันถึงไม่หลับอะ
 
       หลับตาลงทีไร ก็จะเห็นหน้าเค้า เห็นเวลาที่อยู่ด้วยกัน ยิ่งปิดเทอมไม่ต้องคิดอะไรอย่างอื่น ยิ่งเห็นชัด ยิ่งคิดถึง ยิ่งเสียใจ ยิ่งหลับไม่ลง
 
       เมื่อไหร่จะมีคนที่ทำให้เราลืมเค้าได้
       เมื่อไหร่น้อ..
       เราตัดสินใจผิดหรอ..
 
       ไม่สิ เราทำถูกแล้ว..
       แล้วความรู้สึกแบบนี้ล่ะ ??
       เจ็บแล้วไม่จำ ??
       อยากโดนหลอกอีก ??
       อยากโดนทำลายชีวิตอีก ??
 
       กับคนที่แสนดี เรากลับทำร้ายเค้าด้วยคำพูดเหมือนเดิม ทำเค้าเสียใจเหมือนเดิม แต่ทำไมกับคนนี้เรายังไปคิดถึงเค้าอีกล่ะ
 
       ได้แต่นั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ
       แต่ละเพลง..
       แต่ละท่อน..
 
       แย่จิง..
 
       "..อาจจะเห็นว่าฉันยังยิ้ม หัวเราะได้ทุกนาที
       อาจจะเห็นฉันมีชีวิตดีดี เหมือนคนไม่เป็นไร
       แต่ลึกๆแล้วใครจะรู้ ถึงแม้ฉันมีความสุขเท่าไร
       ความจริงวันนี้ข้างในหัวใจยังเป็นอย่างเดิม
 
          ก็ยังเจ็บมาจนวันนี้.. นอนก็มีแต่น้ำตา..
       มีแต่เธออยู่ทุกเวลา ไม่รู้จะทำยังไง
       ยังต้องเจ็บไปจนวันไหน.. นานเท่าไรกว่าฉันจะทำใจได้..
       ต้องอยู่อย่างทรมานอย่างนี้ ไปนานเพียงใด..
 
          จากวันนั้นที่เธอบอกลา ชีวิตก็ยังเดินไป
       ผ่านและพบผู้คนมากมายเพียงใด ก็ยังไม่ลืมเธอ
       มีความรักเข้ามากี่ครั้ง สุดท้ายก็ยังร้องไห้เพราะเธอ
       เจ็บปวดเสมอที่ยังต้องเจอเธออยู่ในใจ.."
 
 
       "..เธอยังคงอยู่ในหัวใจ
       นานเท่าไรกว่าฉันจะลืมเธอได้
       ต้องอยู่อย่างทรมานอย่างนี้ไปนานแค่ไหน
       ไม่อยากจะทรมานอย่างนี้ ไปจนวันตาย.."
 
       T-T      
March 08

Message From Someone In My Birthday

Today.. I Dont have a special gift or sugary word like other people
but I wish you happy & enjoy in your life, good health, have a true love
and the past stories that make you feel bad..
I hope you forget them
and start your new life form this time
I trust
You can make it
" Happy Birthday na ja "

..วันเกิดกู..

       หายไปนานกับการเขียน Space คงเป็นเพราะตารางสอบที่แสนจะทรมานดวงจิต
 
       1-2-3-4-6 กับ 11 มีนา เฮ้อออ....
 
       ผ่านไปแล้ว 5 เหลืออีก 1 ใกล้จะจบแล้วกับชีวิตปี 3 กับชีวิตมหาลัย ที่มีทั้งสุขและเศร้า และก็ผ่านไปอีกครั้งกับวันครบรอบวันเกิดเป็นปีที่ 21.. แก่แร้วนิหว่า.. - -a
 
      
แต่วันเกิดปีนี้ไม่ธรรมดา *0*
 
 
        คงต้องเล่าไปถึงเรื่องสอบก่อน จะเรียกได้ว่าเป็นการสอบที่เตรียมตัวมากที่สุดในชีวิตเรยก็ว่าได้ คงเป็นเพราะเทอมที่ผ่านมาทำเรื่องแย่ๆ ให้แม่ และหลายๆคน ผิดหวังไว้มาก ไม่ว่าจะเรื่องแฟน หรือเรื่องรถชน คงไม่รู้จะแก้ตัวนอกจากตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด
        และก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร 4 วิชาในวันแรก เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำข้อสอบเป็นอย่างดี
 
       จนมาถึง OS
 
       อาจเป็นเพราะวิชา Com Architec ของอาจารย์คนนี้ เรากด B+ มา จึงตั้งความหวังไว้สูงกับวิชานี้ แถมยังอ่านเยอะอีกตะหาก แต่...
 
       กูทำไม่ได้ T_T
 
       ทำให้วันที่ 6 เป็นวันที่เรียกได้ว่าแทบจะหดหู่ที่สุดเรยก็ว่าได้
       ความหวังที่จะทำให้แม่ภูมิใจ..
       ความหวังจะเรียนฟรี..
       ความหวังที่จะลบคำสบประมาทของบางคน..
       แทบจะหมดไป
 
       เลยพาลไม่ได้ไปดูหนัง + กินข้าวกับพ่อ แม่ และ พี่ เอาแต่นั่งเล่นเกมส์อยู่ที่หอ และก็เลยพาลลืมไปเลยว่าคืนนี้เที่ยงคืนจะย่างเข้าสู่วันเกิดของตัวเอง
 
       แต่แล้ว..
 
 
       เอาอีกแล้ว..
 
 
       ตื่นเต้นอีกแล้ว..
 
       ตอนเที่ยงคืน ในช่วงที่ชุลมุนกะลังจัดทีม 5 คนเพื่อเข้าไปลุยใน Battlenet นั้น
 
       ไฟในบ้านก็ดับลง..
 
 
       พร้อมกับเสียงเพลง Happy Birthday และก็มีผู้ ญ ถือเค้กวันเกิดมาให้..
 
 
       คนที่คุณก็รู้ว่าใคร..
 
       ไม่รู้จะขอบคุณยังไงจริงๆ แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้วันเกิดปีนี้มีค่าขึ้นอีกมากมาย หลังจากที่ชีวิตเราดิ่งลงเพราะใครบางคน ไม่เคยคิดว่าจะมีคนเห็นความสำคัญของเราขนาดนี้ ขอบคุณทุกคำอวยพรจากพ่อ แม่ เพื่อนๆ พี่ๆ และของขวัญทุกชิ้นที่ให้ในวันเกิดนี้
       กับหลายคนที่ไม่คิดว่าจะจำได้ กลับมีสิ่งไม่คาดฝันมากมาย
       แต่กับคนที่เคยสำคัญที่สุด ไม่มีแม้แต่คำว่า Happy Birthday..
 
       ยิ่งมั่นใจได้เลยว่า
 
       กูตัดสินใจถูกแล้ว !!
 
 
 
       และก็คงเริ่มต้นสิ่งดีๆ ได้ซะที เพราะนอกจากจะได้เป่าเค้กวันเกิด,ได้แกะห่อของขวัญ,ได้ฟังคำอวยพรมากมาย,ได้กินอาหารดีๆ ก็ยังมีโอกาสได้เห็นทีมบางทีมมันตกรอบแบบไร้ทางสู้ด้วย
        
 
       เป็นวันที่มีความสุขจริงๆ 555+
      
February 19

"เอาไปแล้ว.. โทรมาด้วยนะ.."

       กว่าจะเสร็จสิ้นกับงานในวันศุกร์ ก็เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่
 
       SRS SDD SDP คงอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน *-*
 
       ต้องขอบคุณ ขุมสำหรับรูปภาพ และไข่สำหรับปริ๊นสีที่ลงทุนเดินไปหาถึง ศร.1
 
       และก็ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนในกลุ่มที่เป็นกำลังใจให้ ( ถึงแม้จะไม่ทำเหี้ยไรก็ตาม )
 
       คืนนั้น มีงานบายเนียร์ของภาค เป็นงานบายเนียร์ที่น่าเบื่อจัง.. อาหารน้อยไปนิด.. และคงเป็นเพราะเจอหน้าใครบางคนที่ไม่อยากเจอด้วย จึงทำทุกอย่างมันดูแย่ไปหมด ต้องขอโทษรุ่นพี่ปี 4 ทุกคนที่น้องคนนี้ไม่ได้อยู่ร่วมงานจนจบ
       ยังดีที่กลับมามีเพื่อนๆ อยู่ที่หอตรึม ไม่ว่าจะไอ่ป้อ ตุล หนึ่ง เอก และไอ่จิน ทำให้หายเครียดได้เยอะ *0*
       
       มาถึงวันเสาร์ ตื่นมาตอน 14.04 น.
       ชิบหาย !! นัด... ไว้ตอนบ่ายๆ ว่าจะไป Emporium กัน
 
       แต่ก็ไปถึง Emporium ตอน 4 โมง แถมต้องไปนั่งรอด้วย *0*
       แล้วก็ไปกินข้าวที่ ศูนย์อาหารของ Emporium เป็นอะไรที่แพงมาก.. แต่ก็กิน..
       ...พาไปห้องสมุด TCDC อะรายม่ายรู้ เป็นที่ที่หรูเอาการ ของตกแต่งแต่ละอย่างดูดีมาก บรรยากาศก็เงียบๆสงบดี หนังสือแต่ละเล่มก็ท่าทางจะแสนแพง
 
       อยู่กะ... ถึงราวสองทุ่มได้ก็แยกกัน ที่รถไฟฟ้าใต้ดิน เค้ากลับบ้าน ส่วนเราจะไปต่อที่ Slim เพราะไอ่เม่น โทรมาชวน บัตรเหล้าเหลือ ก็เลยจะไปปิดท้ายเทอมนี้ซะหน่อย ไหนๆก็จะสอบแระ 
 
      ไปถึงราวๆ สามทุ่มได้
 
      ไอ่เม่นอยู่กับไอ่ตือนานแล้ว
 
       เข้าไปข้างในก็ปรากฏว่าได้ชั้นวางเหล้า ใกล้ๆกับโซนที่นั่งตรงกลาง ( คือต้องยืน ) เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ กินเหล้าไปคุยไป เพลินๆ..
 
       แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
 
       เธอ !! เธอ คนนั้น เดินเข้ามา
 
       ตาค้างเรยเรา แทบจะอุทานเป็นภาษาไอ่อาร์มว่า " คนหรือนางฟ้า " ...
 
       ที่ไม่คาดฝันกว่านั้นคือ เธอมาโต๊ะที่เกือบติดกัน คือเฉียงๆ ไป และเธอก็ยืนฝั่งตรงข้าม ทำให้สามารถสบตากันได้ชัดเจน.. โต๊ะนั้นมีผู้ ญ ประมาณ 6-7 คน + เกย์อีกหลาย สาวๆ แต่ละคนถือว่าโอเค แต่ไม่มีใครสู้นางฟ้าคนนั้นได้เรย ( คิดไปเองป่าววะ - -a )
       ตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน มีหลายครั้งที่เราสบตากัน เธอเองก็คงรู้ว่ามีคนมองอยู่ เธอยิ้มให้เรื่อยๆ แต่ใครล่ะ จะกล้าเข้าไปคุย ในเมื่อเพื่อนเธอเยอะขนาดนั้น แถมมีเกย์ถึกอีกหลายคนคุมอยู่..
 
       ด้วยความป๊อดมาก จนถึงมากที่สุด ก็เลยขอร้องไอ่ตือให้ช่วย
       แต่ นอกจากมันไม่ช่วยแล้ว..
       มันยังใช้ให้ไปขอเบอร์คนอื่นให้มันอีก..
       แถมมันยังขอเบอร์เพื่อนร่วมโต๊ะของเค้าให้ไอ่เม่นอีก..
 
       เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ความดีของมันยังไม่หมด.. แสด -*-
 
       หลังจากที่มองกันไปมองกันมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเธอกับเพื่อนอีก 2 คนก็จะมีทีท่าว่าจะกลับก่อน..
 
       " เอาไงดีวะ " เสียงปรึกษาถามไอ่เม่น..
       " ตามไปดิวะ " เสียงตอบ..
 
       ป่ะ ลุยยยยยยยยยยยยย
 
       เดินตามมาได้จนถึงหน้าร้าน ความรู้สึกป๊อดก็ยังไม่หมดไปจากตัว อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกฮอล์ที่ได้รับมันยังน้อยไป หรือความรู้สึกเป็นคนดีมันเตือนตัวเองว่า " อยู่เฉยๆอะดีแล้ว "
      
       แต่ใครมันจะไปอดใจไหวล่ะ
       เอาวะ
 
 
       เธอเดินเกือยถึงปากซอยแล้ว เมื่อเธอโดนสะกิดเรียก เธอก็หันมา..
       ยิ่งเห็นเธอใกล้ๆ ยิ่งใจหลุดลอย ลองจินตนาการอั้ม มายืนตรงหน้าคุณดูสิ ห่างกันไม่ถึงเมตร..
       โอ้วพระเจ้า !!
 
       ด้วยความตกใจจึงเริ่มบทสนทนาแบบสิ้นคิดสิ้นดี..
 
       He: " ใช่คนที่นั่งโต๊ะข้างๆ หรือเปล่าคับ ขอเบอร์ได้ป่าว "
       She: " ....
            ค่ะ 01 545 .. "
       เธอยังพูดไม่ทันจบ เพื่อนเธอก็แย่งโทรศัพท์ไป
       Friend She: " เอามาๆ เด๋วกดให้ "
       He: " ทำไมรีบกลับอะครับ "
       She: " อ๋อ ง่วงแล้วอะค่ะ "
       เพื่อนเธอส่งโทรศัพท์กลับมา เป็นเบอร์ยาวๆประมาณ 10กว่าหลัก พร้อมกับบอกว่า
       Friend She: " โทรมาด้วยละ ปกติอยู่ LA "
       He: " ????!!! "
       แล้วเธอก็หัวเราะ พร้อมกับเอาโทรศัพท์ไปกดเบอร์จริงๆ ( รึป่าววะ ?? ) ให้
       He: " แล้วนี่ ชื่ออะไรหรอคับ "
       She: " เธอละ "
       He: " ( ชื่อเจ้าของ space ) คับ "
       เธอไม่ทันจะบอกชื่อก็ยื่นโทรศัพท์กลับมาให้ พร้อมกลับพูดว่า     
       She: "เอาไปแล้ว.. โทรมาด้วยนะ.."
       He: " คับๆ แล้วนี่ยังเรียนอยู่รึเปล่าคับ "
       She: " ทำงานแล้วค่ะ ซาอูดี้แอไลน์ "
       เธอตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนเดินจากไป ปล่อยผมตกตะลึงกับคำตอบที่ว่า..
 
       เธอ เป็น แอร์(โฮสต์เตส) !!!!!!!!!!!!!!
 
     !!!!!!!!!!!!!!
 
       เป็นช่วงเวลาไม่นานที่มัวแต่ตกตะลึงกับคำตอบนั้น แต่ก็นานพอให้เธอขึ้นรถกลับไปแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดต่อมาคือ..
      
       ระหว่างที่เดินกลับไปหาไอ่เม่นนั้น เป็นช่วงเวลาที่สดใสมากจิงๆ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
 
       จังหวะที่จะกดโทรออก เพื่อให้เบอร์ที่ขอมานั้นอยู่ในเครื่อง
 
 
      ก็มีโทรศัพท์เข้ามา
 
       มันคือไอ่เหี้ยตือ !!!
 
       ... ปุ่มที่กดโทรออกนั้นคือการรับสายไอ่เหี้ยตือ !!! ด้วยความงง จึงกดวาง..
 
       ทันใดนั้น เหมือนโลกทั้งโลก จะทลาย
 
       เบอร์หาย !!!!
 
       กูทำเบอร์ แอร์โฮสต์เตส หาย !!!!
 
 
       เฮ้อ... ไม่อยากจะโทษไอ่ตือ เล๊ย แต่แม่ง....
 
       แม่ง.. -*-
 
 
       ผ่านไป 1 คืนแล้วกับเหตุหารณ์ที่เกิดขึ้น ภาพเธอยิ้มและประโยคที่เธอบอกว่า "เอาไปแล้ว.. โทรมาด้วยนะ.." ยังคงตามมาหลอกหลอน..
 
       เฮ้อ.. 

Message From Someone In Valentine Day

Today mayb u feel bad~disappoint bcoz my any action. I accept..
I'm one person who dont show everything
that I'm felling thinking or want to be..
I'm really sorry..
However I want u to know
that I still care u , always be with u and it'll be like this forever..
Though in the future our relationship which good or bad...
I promise..
Thanks for ur takecare..Thanks for today
that u make me feel that Valentine day is a special day
"happy valentine day na"
February 15

"แค่อยากรู้ ว่าโบ้จะมารึเปล่า"

         ผ่านไปแล้ว กับวันวาเลนไทน์
 
       ทุกอย่างเกือบจะเป็นแบบที่คิดไว้แต่..
 
       กว่าจะตื่นก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่า และก็เป็นไปตามที่คาด แทบจะไม่มีคนอยู่หอ ไอ่ป้อเป็นคนสุดท้ายที่ออกไป ราวๆบ่ายสองได้ แล้วเราก็นั่งหน้าคอมคนเดียวตามบทที่เขียนไว้ เล่นเกมส์ ฟังเพลง คิดถึงเรื่องเก่าๆ
 
       แต่ในที่สุด !! ก็ได้ออกไปข้างนอกกับเขาบ้าง
 
       เพราะมีสุดสวยซื้อของขวัญให้
 
       พูดถึงกระเป๋าสตางค์ที่ได้แล้ว ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ เพราะในความคิดส่วนตัว กลับคิดว่าเราไม่เคยทำอะไรให้เขาเรย เราไม่ใช่แฟนที่ดี ไม่สมควรที่จะได้ขอที่มีค่าแบบนั้นเรย.. แต่ว่ายังไงก็ขอบคุณมากนะ อย่างน้อยเห็นกระเป๋าสตางค์ใบนี้ก็จะได้รู้ว่า เราก็มีวาเลนไทน์กับเค้าเหมือนกันแฮะ ^^
 
 
       ที่จริงก็คิดว่าคงจะหมดละ สำหรับวันวาเลนไทน์แต่..
 
      
       แต่มันยังมีต่อ..
 
 
       ก็เพราะมีคนมาพูดประโยคนี้..
 
 
       "แค่อยากรู้ ว่าโบ้จะมาหา...รึเปล่า"
 
 
       อยากจะถามคนอ่านเหมือนกันว่า ถ้าได้ยินประโยคนี้จากคนที่คุณยังรักเขา คุณจะไปหาเขาไหมในวันสำคัญแบบนี้..
 
 
        น่าจะมีคำตอบอยุ่ในใจกันทุกคนนะ
 
 
        ขอบคุณทั้งกระเป๋าสตางค์ (ที่ได้จากสุดสวย) ขอบคุณทั้งChester Grills (ที่ให้สถานที่ฉลองวันสำคัญกับคนสำคัญ) และก็ขอบคุณรถไฟฟ้า(ที่พาไปสยาม) ทำให้วันวาเลนไทน์ปีนี้ มีความหมายมากมาย สำหรับผม
        ถึงแม้ว่าคืนนั้น จะจำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม.. *0*
February 13

ความเหงา ตัวเรา กับวันวาเลนไทน์

         อีกไม่กี่ชม.ก็จะถึงวันวาเลนไทน์แล้ว วันที่คนทุกคนรู้กันว่า คือวันแห่งความรัก ครั้งแรกกับเรื่องที่จะเขียนคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรักในวันวาเลนไทน์นี้
 
         วาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณีอย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์

 

         แต่สำหรับคนในสมัยนี้เชื่อได้ว่าคงไม่มีใครนึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ เท่าไหร่นัก โดยเฉพาะคนในวัยรุ่น รวมทั้งตัวคนอ่านก็คงเป็นแบบนั้นเช่นกัน ^^ วันพรุ่งนี้คงจะมีหลายคนที่ต้องเตรียมตัวซื้อของขวัญ หรือดอกไม้ ให้กับคนที่ตัวเองรัก คนที่ตัวเองชอบชอบ หรือว่า แอบรัก แอบชอบ และอีกหลายคนที่คงต้องเวลาส่วนใหญ่ของวัน กับคนที่ตัวเองเรียกว่า "แฟน"

 

 

แล้วเราล่ะ ??

 

             

 ทำไรดีวะ ?  

 

      

       คงเป็นอีกวันอังคารนึงที่ผ่านไป โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือเปล่า ?? ไม่มีเรียน นั่งอยู่หน้าจอคอม.. นั่งคิดถึงเรื่องเก่าๆ ตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา จะมีสักกี่ครั้งที่ได้มีความสุขแบบคู่รักอื่นๆ ในวันแห่งความรักอย่างเช่นวันพรุ่งนี้

       ใครล่ะ ที่เราจะซื้อดอกไม้ให้

       ใครล่ะ ที่เราจะให้ของขวัญ

 

 

คนที่เราเคยทำให้เค้าเสียใจ จนเสียคน?

 

คนที่เคยบอกว่าเราไม่ใช่?

 

คนที่เคยคิดจะฆ่าตัวตายเพราะเรา?

 

คนที่เคยทำให้เราทุกอย่าง ยอมทุกอย่าง แต่ตอนนี้ไม่?

 

คนที่เรียกร้องจากเรามากมาย แต่ไม่เคยสนใจ?

 

คนที่โกหกเรามาตลอด?

 

หรือ คนที่ยอมเราทั้งที่ในใจมีใคร?

 

        คงเป็นไปไม่ได้สักราย แล้วใครล่ะ เมื่อไหร่ล่ะ ที่เราจะมีโอกาส ซื้อดอกไม้ ซื้อของขวัญ หรือว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมแห่งความรักแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง บางที อาจจะเป็นปีหน้า หรือ บางที อาจจะไม่มีอีกต่อไป

 

        ทุกๆอย่างคงเป็นเพราะตัวเราเอง

 

        สุดท้ายก็อยากขอให้คู่รักทุกๆคู่ มีความสุขในวันแห่งความรักมากๆ และรักกันตลอดนานเท่านาน อย่าให้มีใครที่ต้องรู้สึกแบบเราเลย สำหรับคนที่แอบหวังก็ขอให้สมหวังกับคนที่ตัวเองต้องการ และมีความสุขตลอดไปฮะ

 

         Happy Valentine na BoBo..

คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต ( หนังเรื่องเดียวในดวงใจ )

       The Classic เล่าเรื่องราวของ Ji-hae และ Soo-kyoung สองสาวเพื่อนสนิทที่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมละครเวทีเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับ Sang-min ชายหนุ่ม ซึ่ง Soo-kyoung แอบปลื้ม เธอวานให้ Ji-hae ช่วยเขียนอี-เมล์รักส่งถึง Sang-min อยู่บ่อยครั้งโดยที่เธอไม่ระแคะระคายเลยว่า Ji-hae เองก็แอบมีใจให้ Sang-min เหมือนๆกับเธอ

      Ji-hae เสียสละโดยยอมหลีกทางให้กับเพื่อนสาว เธอยังทำหน้าที่เขียนอี-เมล์ให้กับ Soo-kyoung แต่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้า Sang-min แม้ว่าเขาจะเชื้อเชิญเธอให้ไปเที่ยวหรือทางข้าวด้วยกัน กอปรกับในช่วงเดียวกัน Ji-hae ได้ค้นพบสมุดบันทึกและจดหมายรักของคุณแม่ในตู้เก็บของ เธอจึงเก็บตัวเงียบ ใช้เวลากับการอ่านข้อความเหล่านั้นอย่างตั้งใจ จนได้พบว่าความรักของคนรุ่นพ่อแม่ของเธอก็มีอุปสรรคนานัปการสาหัสยิ่งกว่าสิ่งที่เธอกำลังประสบ

      แม่ของเธอ คือ Joo-hee พบรักแรกกับ Joon-ha แต่เธอถูกผู้ใหญ่มั่นหมายให้แต่งงานกับลูกชายพ่อค้าใหญ่ซึ่งเป็นเพื่อนกับ Joon-ha ทั้งคู่จึงต้องเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อกันปิดบังทั้งเพื่อนและพ่อ เพื่อแอบพบกันอย่างลับๆ Joon-ha จำยอมเขียนจดหมายรักตามคำขอร้องของเพื่อนเพื่อส่งให้กับ Joo-hee จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิด ส่งให้ Joon-ha ตัดสินใจบอกลา Joo-hee และสมัครเข้ากองทัพเพื่อร่วมรบในสงคราม ก่อนที่ทั้งคู่จะจากกัน Joo-hee ได้มอบสร้อยเงินเส้นรักให้แก่ Joon-ha เพื่อเป็นสัญญาใจว่าเขาจะต้องมีชีวิตกลับมาเพื่อนำสร้อยเส้นนี้คืนเธอ

      Ji-hae รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดในรุ่นคุณแม่ และพึงได้ตระหนักว่า การเสียสละบางอย่างเพื่อใครบางคนอาจเป็นสัมผัสอันงดงาม แต่ผู้เสียสละด้วยการโป้ปดหัวใจของตนเองคงต้องเตรียมพร้อมและยอมรับกับความเจ็บปวดที่จะตามสนอง ซึ่งบางครั้งก็รุนแรงจนสร้างแผลลึกในความทรงจำและไม่อาจหายาวิเศษขนานใดมาสมานได้ชั่วชีวิต

 

 

Windows Media Player